ไปดูคนของหลวง “ปิดทองหลังพระ” สร้างผลผลิตน่าทึ่ง จากฟาร์มบนดอยสูง สู่เมนูอาหารหรู “ปูขน-ไข่ปลาคาเวียร์”

การทำงานด้วยใจรัก ต้องหวังผลงานนั้นเป็นสำคัญ แม้จะไม่มีใครรู้ใครเห็น ก็ไม่น่าวิตก เพราะผลสำเร็จนั้นจะเป็นประจักษ์พยานที่มั่นคง ที่พูดเช่นนี้ก็เหมือนกับสอนให้ปิดทองหลังพระ การปิดทองหลังพระนั้น เมื่อถึงคราวจำเป็นก็ต้องปิด ว่าที่จริงแล้วคนโดยมากไม่ค่อยชอบปิดทองหลังพระกันนัก เพราะนึกว่าไม่มีใครเห็น แต่ถ้าทุกคนพากันปิดทองข้างหน้า ไม่มีใครปิดทองหลังพระเลย พระจะเป็นที่งามบริบูรณ์ไม่ได้…” พระบรมราโชวาท พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2506

ความข้อนี้เป็นน้ำทิพย์หยดในใจของคนทำงานบนดอยสูง เป็นพลังให้ผลักดันพื้นที่แห้งแล้งพลิกฟื้นเป็นดินดี น้ำชุ่ม กระจายไปถ้วนทั่ว ทั้งในโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ทั้งโครงการเกี่ยวกับป่า-เกี่ยวกับดิน-เกี่ยวกับน้ำ โครงการด้านวิศวกรรม และโครงการแนวพระราชดำริทฤษฎีใหม่ และโครงการเศรษฐกิจพอเพียง

เมื่อวันที่ 20-22 พฤศจิกายน 2557 ที่ผ่านมา “มูลนิธิปิดทองหลังพระสืบสานแนวทางพระราชดำริ” นำคณะสื่อมวลชนไปเยี่ยมชมโครงการสถานีเกษตรหลวงอินทนนท์ จังหวัดเชียงใหม่

ผลิตผลที่คนทั้งโลกได้เห็น ไม่ว่าจะเป็นผักสดในร้านอาหารแฟรนไชส์, กล้วยไม้ในโรงแรมหรู 5 ดาวกลางกรุงเทพฯ, ไข่ปลาคาเวียร์รสเลิศ ที่ได้จากปลาสเตอร์เจียนพันธุ์ไซบีเรีย, ปลาเรนโบว์เทราต์เนื้อนุ่มจากเยอรมนี, ปูขนจากประเทศจีน ล้วนเป็นผลผลิตจากแรงกาย แรงใจ ในการ “ปิดทองหลังพระ” จนออกมาเป็นผลิตผลที่งดงามบริบูรณ์

นับตั้งแต่โครงการ “สวนสองแสน” ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เสด็จเยี่ยมหมู่บ้านชาวเขา และได้พระราชทานทรัพย์ส่วนพระองค์จำนวน 2 แสนบาท ซื้อสวนผลไม้ พัฒนาพันธุ์ ช่วยชาวเขา ให้พลิกแผ่นดินที่เคยปลูกฝิ่นมาปลูกลูกพลับ ได้รสหอมหวานฉ่ำ ตั้งอยู่ในสถานีวิจัยดอยปุย จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งก่อกำเนิดขึ้นในปี 2512 จนปัจจุบันได้รับการพัฒนาขยายผลเป็นโครงการหลวงเกือบทั่วทุกภูมิภาค

เฉพาะโครงการสถานีเกษตรหลวงอินทนนท์ จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งถือเป็นสถานีวิจัย 1 ใน 4 ของมูลนิธิโครงการหลวง ที่เป็นต้นแบบการสร้างอาชีพ กระจายรายได้สู่ชาวพื้นที่สูง ผ่านการร่วมคิด ชวนทำ ให้ชุมชนมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

คนปิดทองหลังพระบนสถานีเกษตรหลวงอินทนนท์ “อนุพันธ์ สุรินทร์รังษี” เล่าเบื้องหลังกอกล้วยไม้สวย ผลไม้พันธุ์แปลก รสชาติดี และผักสดๆ ปลอดสารพิษ ที่ส่งกระจายถึงคนทั่วทั้งประเทศ ว่ามาจากการพัฒนาพันธุ์บนพื้นที่ของสถานีเกษตรหลวง ซึ่งเป็นสถานีวิจัยแห่งใหญ่ที่รวบรวมพันธุ์ดอกไม้เมืองหนาว ไม้ผลเมืองหนาว พืชผัก หลากพันธุ์

กระบวนการผลิตผลิตภัณฑ์ที่มีคุณค่าดั่งทอง สถานีจะทำการเพาะเลี้ยงต้นกล้าของพืชพันธุ์ต่างๆ ไว้เพื่อขายให้กับชาวบ้านในพื้นที่นำไปเพาะปลูกต่อ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นชาวไทยภูเขาเผ่าม้ง และปกาเกอะญอ (กะเหรี่ยง) ที่เข้ามาซื้อ โดยเฉพาะผักเมืองหนาว เช่น เซเลอรี บร็อกโคลี พริกหวาน หน่อไม้ฝรั่ง รวมทั้งผักไฮโดรโปรนิกส์ หรือผักสลัด ที่มีร้านอาหารแฟรนไชส์รายใหญ่ระดับโลกจองผลผลิตข้ามปี

ราคาพื้นบ้านร้านถิ่น ของผักระดับภัตตาคารหรู เช่น ต้นอ่อนเซเลอรีต้นสูง 2-3 นิ้ว ราคาต้นละ 50 สตางค์ เมื่อชาวเขานำไปเพาะปลูกใช้เวลา 2-3 เดือน ก็สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิต นำกลับมาขายคืนให้โครงการหลวงได้ราคาถึงกิโลกรัมละ 30 บาท เมื่อคนปิดทองหลังพระเล่าถึงตัวเลขนี้ ทำให้คนในเมืองที่เล่นหุ้นกำไรไตรมาสละ 10-20% เร่งดีดลูกคิด คำนวณผลตอบแทน ที่มีคุณค่าแตกต่างอย่างฟ้ากับดิน

แม้ว่าในแต่ละปี โครงการหลวงมีรายได้จากการขายต้นอ่อนของผัก-ยอดผัก เพียงปีละ 22 ล้านบาท แต่รายได้ส่วนใหญ่อยู่ในมือชาวบ้าน เต็มต้น เต็มกอ

คนปิดทองหลังพระคนเดิม เล่าเรื่องและชวนชมไม้ดอกเมืองหนาว พร้อมทั้งเล่ากระบวนการสร้างดอกไม้ให้งามดั่งทอง เช่น กุหลาบ หน้าวัว บีโกเนีย และกล้วยไม้พันธุ์ต่างๆ ที่ทางสถานีวิจัยทำการเพาะเลี้ยงและให้ชาวบ้านซื้อไปเลี้ยงต่อ โดยเฉพาะพันธุ์กล้วยไม้ที่ออกดอกได้ดีในพื้นที่ด้านล่างที่มีอากาศไม่เย็นจนเกินไป ซึ่งชาวบ้านส่วนใหญ่เมื่อเลี้ยงจนโตและออกดอกสวยงามแล้วก็นำมาขายให้โครงการ ส่วนหนึ่งโครงการจัดส่งตรงถึงสวนสวย บางฤดูกาล บางดอก บางพันธุ์ อาจจะชูช่อ บานอยู่หน้าวังหลวงในเมืองกรุงเทพฯ อีกส่วนหนึ่งส่งถึงเมืองดอกไม้ในจังหวัดเชียงใหม่

ทั้งแปลงผักสด-เรือนกล้วยไม้งาม โครงการหลวงดอยอินทนนท์ จะเป็นตัวช่วยอยู่เบื้องหลัง ทั้งเรื่องพัฒนาพันธุ์ จัดสร้างโรงเรือน และรับซื้อผลผลิตในราคาเป็นธรรม

ความครบวงจร งดงาม ราวกับปิดทองทั่วทั้งองค์พระ ยังเกิดขึ้นในโครงการหลวงดอยอินทนนท์ เพราะนอกจากพันธุ์พืช พันธุ์ผัก พรรณไม้งาม แล้วยังมีคนปิดทองทำงานปศุสัตว์ผ่านโครงการ “ทำประมงบนพื้นที่สูง” ซึ่งเป็นฟาร์มเปิดขนาดย่อม โดยวิจัยปรับปรุงพันธุ์สัตว์น้ำคุณภาพสูง เช่น “ปลาเรนโบว์เทราต์” ซึ่งเป็นปลาน้ำจืดที่อาศัยอยู่ในน้ำเย็นมีอุณหภูมิไม่เกิน 25 องศา ที่นำพันธุ์มาจากประเทศเยอรมนีเมื่อปี 2541