กินคาเวียยังไงให้อร่อย ?

“คาเวีย” เนี่ยไม่ใช่แค่มีเงินแล้วจะกินได้นะ เพราะถ้ากินไม่เป็นมันก็เหมือนซื้อขันทองไปรองขยะนะแหละ กา มีมนุษย์เพื่อนคนนึงเป็นแอร์ฯ สายการบินหรูหราสายหนึ่ง นางเล่าให้ฟังว่าบนเฟิร์สคลาสของนางมีคาเวียร์เสิร์ฟด้วย พอ ผดส. กินไม่ไม่หมดลาบปากก็มาเยือน ทว่าด้วยความเป็นไทยของนาง ๆ แม้จะเห็นว่าวิธีเสิร์ฟที่ถูกต้องบนสายการบินนั้นเป็นอย่างไร เมื่อผีความแซ่บเข้าสิงสู่ นางก็เลยเอาคาเวียร์ไปใส่เครื่องยำจ้า เท่านั้นแหละหายนะแห่งคาเวียร์ก็ไดอุบัติขึ้น เดี๋ยวก่อน!อย่าเพิ่งดราม่าเรื่องความเป็นชาตินะจ๊ะอันนี้มันคนละประเด็น สิ่งที่จะบอกก็คือ คาเวียร์นะมันเซ็นส์สิทีฟ ทั้งรสชาติ และเนื้อสัมผัส พอไปเจอเครื่องปรุงทั้งเผ็ด ทั้งร้อน ทั้งเปรี้ยวจัดแบบเครื่องยำของไทย มันก็คายน้ำออกมา เละเหลวเป๋ว สูญสิ้นความเป็นคาเวียร์ไปในบัดดล ราวกับอณาจักรที่เคยรุ่งเรืองต้องล่มสลาย

เอาละ เพื่อป้องกันว่าคุณจะไม่ไปกินคาเวียกันแบบผิด ๆ เหมือนเพื่อนนางฟ้าโก๊ะกะโหลกที่เล่าให้ฟัง กาก็เลยไปถามเจ้าของผลิตภัณฑ์คาเวียแบรนด์ VIVIN มา ว่าควรกินคาเวียร์แบบไหนจึงจะดีที่สุด ซึ่ง คุณ นิโคลาส หนุ่มตาน้ำข้าวชาวฝรั่งเศส หน้าครึ้ม ตาหวาน แล้วก็คุณ สแมนต้า ภรรยาคนสวยเจ้าของรอยยิ้มกว้างจริงใจ ของเขาช่วยสอนว่า คาเวียร์นั้นอ่อนไหว เราต้องระมัดระวังตั้งแต่ขั้นตอนการตัก นั่นคือ เลือกใช้วัสดุที่ถูกต้อง โดยเฉพาะอุปกรณ์โลหะนั้นต้องระวังให้มากเพราะทำปฏิกริยากับรสของคาเวียร์ได้เร็วที่สุด ดังนั้นประเภทช้อนโลหะที่จะตักคาเวียร์ได้เหมาะสมที่สุดก็คือ “ช้อนทอง” เจ้าค่า!! แค่ได้ยินก็นิ่งมองบนไปสามวิ ก่อนสบถออกมาว่า “โอ้ย… เสียดายนะลืมติดช้อนทองที่คาบออกมาตอนเกิดไปด้วย ไม่งั้นคงได้เอามาตักคาเวียกินให้หนำใจ” แต่ถ้าใครไม่สามารถใช้ช้อนทองได้ (ก็ใครจะมีฟระ!) ก็ให้เบนสายมาใช้ช้อนที่ทำขึ้นจาก “Mather of Pearl” ชอบเมโลดี้ในชื่อนางมากๆ ดูดัดลอนใหญ่เชียว (แปลว่าดัดจริตมาก) ซึ่งแปลเป็นไทยก็คือ “หอยแม่มุก” ตรงตามตัวจ้ะ