คาเวียร์ (ตอนจบ) article

การรับประทานคาเวียร์ ส่วนมากใช้เป็นออเดิร์ฟก่อนอาหารหลัก หรือเป็นอาหารว่าง โดยมีว้อดก้าเป็นน้ำกระสาย การเสริร์ฟก่อนอื่นเขาจะเอาขนมปังปิ้งร้อนๆ พร้อมกับทาเนยมาให้เป็นสิ่งแรก จากนันก็จะมีหอมหัวใหญ่หันเป็ฯแว่นๆ และมะนาวผ่าซีกมาให้ คาเวียร์casino-viva9988.net จะเอาออกมาจากตู้เย็นทันที ใส่โถมาให้ต่างหาก ลักษณะของคาเวียร์ ที่พร้อมจะรับประทานได้นี่ก็เหมือนสาคูเปียก กรรมวิธีในการบริโภคก็ไม่ยากอะไร หั่นขนมปังปั่งเข้าให้ชิ้นพองาม เอาเนยทาบางๆ รองพื้น บางแห่งเขาก็ไม่มีเนยมาให้ แต่มีไข่บด คือไข่ต้มที่เอามาบี้จนละเอียดแยกไข่ขาวต่างหาก ไข่แดงจต่างหาก มาให้ทาแทนเนย แล้วก็ตักเอาคาเวียร์ โปะลงไปให้พูนโดยไม่ต้องเกรงใจใคร เอาหอมวางปะหน้าซัก 2 – 3 ชิ้น บีบมะนาวราดให้ทั่ว แล้วก็อ้าปากให้กว้างๆ ยัดพรวดเข้าไปทั้งหมด เคี้ยวขยับค่อยๆ ให้เมล็ดคาเวียร์ แตก รสซึมซาบให้ทั่วแล้วจึงค่อยเทว็อดก้าล้างคอลงไป รายไหนรายนั้นครับถึงตอนนี้ร้องได้คำเดียวว่า “อร่อย” คาเวียร์ มื้อแรกของผม มัวแต่กระดากอยู่ สหายเปอร์เซียพอกเอาๆ ชั่วนาทีเดียว คาเวียร์ ทั้งจานหายวับไปกับตา พอรับประทานหนหลังๆ จึงไม่รอช้า ส่งชิ้นแรกเข้าปากไปแล้วก็รีบโปะแผ่นใหม่ต่อไป ขืนทำกระบิดกระบวน เพื่อนฟาดเรียบ ของอย่างนี้ หมดแล้วไปร้อง อังกอร์ ผิดกติกาครับ ราคามันแพง ตามภัตตาคารที่อิหร่าน หากสั่ง คาเวียร์ ที่หนึ่ง ตกประมาณ 70 บาท* พอกได้สัก 2 – 3 ครั้งก็เกลี้ยง ฉะนั้นถ้าไม่ได้ซื้อกินเองแล้วละก้อ อย่าเผลอไปขอซ้ำเข้าเป็นอันขาด เจ้าภาพจะค้อนให้

รสชาติขอคาเวียร์ สดนี้อธิบายยาก เพราะหาของที่มีรสชาติทัดเทียมไม่ได้ รสนิ่มนวล ไม่มีกลิ่นคาว หรือมันจนเลี่ยนอย่างไข่ปลาชนิดอื่น และเมล็ดไข่ก็ไม่แข็ง หรือเหนียวหยาบเหมือนไข่ปลาทั่วไป นิ่มเหมือนเม็ดสาคู คาเวียร์ที่เราจะพอหากินได้ในกรุงเทพฯ ส่วนมากเป็นคาเวียร์ ที่เขาแช่เกลือให้เค็มมากขึ้น และนึ่งจนค่อนข้างแข็งและร่วน ส่วนมาจึงเอามาเสริ์ฟเป็นเครื่องแกล้มค็อกเทลโดยโรยบนแผ่นขนมปังชิ้นเล็กๆ กินแล้วไม่ได้รสชาติของคาเวียร์ อันแท้จริง พรรคพวคผมที่เคยชิมแต่คาเวียร์ แบบนี้เลยสรุปลงมติเอาดื้อๆ เลยว่า “ไข่แมงดาอร่อยกว่าว่ะ”

รัสเซียเป็นชาติที่ผลิตคาเวียร์ได้มากที่สุดในโลก จึงมีคาเวียร์รับประทานอย่างพอเพียงและทั่วถึงกัน จนถือเป็นอาหารประจำชาติเช่นเดียวกับที่สุกี้ยากี้เป็นสัญลักษณ์ของอาหารญี่ปุ่น คาเวียร์ก็เป็นสัญลักษณ์ของอาหารรัสเซีย ฉะนั้นเมื่อเอ่ยถึงคาเวียร์ เราก็จะต้องนึกไปถึงรัสเซียก่อนอื่น ควบคู่ไปกับว็อดก้า เพราะเหตุนี้เอง จึงปรากฏว่าทางการรัสเซียต้องส่งคาเวียร์ นี้ออกไปให้ตามสถานทูตของตนทั่วโลก เพื่อใช้เป็นการรับรองนับเป็นจำนวนพันๆ ตันต่อปี ซึ่งคงรวมทั้งสถานทูตรัสเซียในเมืองไทยเราด้วย ผมเองก็ไม่เคยมีโอกาสได้รับเชิญเลี้ยงจากสถานทูตรัสเซียเสียด้วย ฉะนั้นหนทางที่จะได้รับประทานคาเวียร์ ฟรีๆ ในกรุงเทพฯ จึงเป็นอันว่าไม่มี

ก่อนที่ผมจะเดินทางออกจากอิหร่านกลับบ้าน เห็นที่ท่าอากาศยานเตหะรานมีร้านขายคาเวียร์ สำหรับนักท่องเที่ยว เตร่เข้าไปดูคิดว่าจะลองซื้อมาให้พะโล้ที่บ้านลองชิมดู มองราคาแล้วก็น้ำลายแห้ง กระป๋องขนาดเล็ก 100 กรัม เขมือบ 2 – 3 ทีก็หมด 2.50 ดอลล่าร์ หรือ ห้าสิบบาท * ทำให้ต้องนึกหาเหตุผลนานาประการมาอ้างกับตัวเองว่า ไม่ควรซื้อ เพราะถ้าซื้อมาก็ต้องรีบเอามาฝากแอร์โฮสเตสแช่ตู้เย็นในเครื่องบินไว้มาถึงกรุงเทพฯ ก็ต้องรีบเข้าบ้านแช่ตู้เย็น ไม่งั้นเปิดมากลายเป็นคาเวียร์เน้าไปพอดีพอร้ายลืมทวงคืนจากแอร์โฮสเตสเข้าอีก จะกลายเป็นลาภปากของคนอื่นให้เราช้ำใจเปล่าๆ เลยตัดสินใจไม่ซื้อ ปลอบใจตัวเองว่าไข่แมงดา ไข่ปลาดุกของเราก็ยังมี ไข่ปลาดุกแช่น้ำปลา หอมซอย บีบมะนาว พริกขี้หนู คลุกข้าวร้อนๆ คาเวียร์ก็คาเวียร์ เถอะน่า ฝืดคอนักก็ แม่โขง ล้างลงไป กินแล้วก็เมาเหมือนว็อดก้าเหมือนกัน